บันทึกถึงฉัน วันที่ 24

Note

ชอบโค้ดของภาษา Swift ก็ตรงที่ เขียนง่าย อ่านง่าย เข้าใจง่ายและงดงาม (โค้ดที่คนอื่นเขียนงดงามกว่าอีก) แหง่ละ!!! ช่วงนี้ผมใช้เวลาหมกหมุ่นอยู่กับการหัดเขียนโปรแกรมภาษา Swift ที่ Apple เป็นผู้พัฒนาและคิดค้นขึ้นมา เพื่อใช้สร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นให้โลดแล่นอยู่บนผลิตภัณฑ์ของตัวเอง บร๊ะ!!! (ทำเองทุกอย่างเลย น่ารักที่สุด) หัดเขียนไปหัดเขียนมาก็รู้สึกตื่นเต้นกับโค้ดที่ตัวเองเขียนทุกวัน (ผมเคยเขียนภาษาโปรแกรมภาษาอื่นๆ มาบ้าง แต่ไม่ถึงกับเชี่ยวชาญหรือเทพอะไร) แต่ก็พอจะรู้โครงสร้าง (Syntax) ของแต่ละภาษา ซึ่ง Swift สร้างความประหลาดใจให้ผมได้ทุกวัน ผมสนุกมากกับการได้โค้ดทุกวัน

ภาษาโปรแกรมแต่ละภาษา มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป อยู่ที่เราต่างหากว่าจะเค้นศักยภาพของภาษานั้นๆ ออกมาใช้งานได้ถึงที่สุดขนาดไหน บางทีผู้ที่เป็นคนคิดค้นภาษานั้นๆ ขึ้นมา ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าภาษาที่ตัวเองสร้างมันขึ้นมานั้น มันเปลี่ยนแปลงโลกได้มากมายขนาดนี้ คงคล้ายๆ กับไอสไตล์ผู้คิดค้นสูตร E=mc2

ข้าไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ข้าคิดค้นขึ้นมานั้น มันจะสร้างมหันตภัยดาวมฤตยูได้มากมายถึงเพียงนี้

อันนี้ก็เวอร์วังอลังการงานสร้างจนเกินไป

ปัญหาที่แต่ละคนพบเจออาจเหมือนกันหรือแตกต่างกันบ้าง แต่วิธีการแก้ปัญหามีหลายหนทางเหลือเกิน อยู่ที่แต่ละคนจะเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาแบบไหนมาจัดการกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง ให้มันผ่านไปได้ด้วยดีและรวดเร็วที่สุด คงไม่มีใครอยากจมอยู่กับปัญหาและความทุกข์นานๆ หรอกใช่ไหม อย่างน้อยวันนี้ถ้าเราผ่านพ้นปัญหานี้ไปได้แล้วปัญหาใหม่แวะเวียนมาอีก เมื่อวันนั้นมาถึงค่อยว่ากันอีกทีเนาะ

กิตติ บันทึกไว้แล้ว สวัสดี

Advertisements

บันทึกถึงฉัน วันที่ 23

Note

วันนี้ฝนตกปอยๆ และไม่มีแดดเลยทั้งวัน ขณะที่ผมกำลังนั่งเขียนบทความอยู่ตอนนี้ ฝนก็ยังปอยๆ มันทำให้ผมคล้อยตามพาชวนให้หลับไหลเหลือเกิน บรรยากาศแบบนี้เหมาะกับการทำงานมากๆ เลย ผมนั่งคิดไอเดียสร้างสรรค์แอพได้หลายรูปแบบ วางแผนและตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า

ปีใหม่นี้ ผมจะมีแอพเป็นของตัวเอง อยู่บน App Store

แอพพลิเคชั่นของผมอาจจะดูเรียบง่าย ไม่มีฟังก์ชั่นอะไรมากมาย เพราะผมตั้งใจสร้างมันขึ้นมาเพื่อใช้งานในชีวิตการทำงานประจำ ในรูปแบบมนุษย์เงินเดือนที่ผมกำลังประจำตำแหน่งอยู่ตอนนี้ ปัจจุบันผมทำงานอยู่ที่ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หน่วยบุ่งน้ำเต้า (อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์) แอพที่ผมกำลังพัฒนาอยู่ตอนนี้ เป็นแอพคำนวณค่างวดง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่ต้องล็อกอินให้เสียเวลา โหลดมา กดใช้งานได้ทันที เพื่อให้รวดเร็วต่อการใช้งานและทันใจลูกค้าที่มาใช้บริการ เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงที่การแข่งขันกำลังเข้มข้นและสูงแบบว่าสูงมาก การให้บริการลูกค้าที่รวดเร็วและประทับใจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เพราะการตลาดที่ดีที่สุด คือ การบอกต่อ (ปากต่อปาก)

จากความประทับใจของลูกค้าที่ได้จะเรา ส่งต่อไปยังประชาชนที่กำลังจะเข้ามาเป็นลูกค้า

ตอนนี้แอพยังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นเลขเวอร์ชั่น 1.0 ให้ทุกคนที่สนใจได้โหลดไปลองใช้กันนั้น คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ แต่ผมสัญญาว่าจะพัฒนาให้เสร็จภายในปีนี้และส่งขึ้น App Store ในวันปีใหม่โลก

กิตติ บันทึกไว้เพื่อเตือนความทรงจำ สวัสดี

บันทึกถึงฉัน วันที่ 22

Note

พื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การลงมือทำสำคัญกว่า หลายครั้งที่ผมผลัดวันประกันพรุ่ง มีหลายสิ่งหลายอย่างเหลือเกินที่ผมอยากจะทำ ความคิดได้แต่ร่องลอยและวนเวียนอยู่กลางอากาศ ไม่เป็นรูปเป็นร่างสักที

การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ “การลงมือทำ”

เพราะประสบการณ์สอนเราได้ทุกเรื่องและเป็นครูที่ดีที่สุด ถ้าเราไม่ลองวิ่งชนกับปัญหาเราจะรู้วิธีแก้ปัญหาได้อย่างไร หนังสือที่ผมได้อ่านหลายๆ เล่มมันคือประสบการณ์ของคนอื่น จงสร้างประสบการณ์ของตัวเองและบอกให้โลกได้รู้ว่า “นี่แหละคือ ประสบการณ์ของฉัน” ผมอยากสร้างประสบการณ์ที่เป็นของตัวเองให้คนอื่นได้เข้ามาอ่านในสิ่งที่ผมเขียนและผมก็หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

var เกิดมาเพื่อบอกให้รู้ว่า “ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง มีแปรผันและแปรปรวน”
let เกิดมาเพื่อบอกให้รู้ว่า “ค่าคงที่ควรมี let นำหน้า” สิ่งใดๆ ก็เปลี่ยนแปลงค่าไม่ได้

การเขียนโปรแกรมมหรือการโค้ดนั้น เราทำมันให้เป็นสนุกได้ไม่ยาก แค่เราต้องใช้เวลาอยู่กับมัน รู้จักมันและทำความเข้าใจมัน เพราะเส้นทางสายนี้ไม่มีทางลัด แต่มีทางเลือกและผมจะช่วยชี้แนวทางให้ จะมั่นใจได้ยังไงว่าผมชี้ถูกทาง เพราะผมจะไปลองดูก่อน ได้เรื่องยังไงจะมาเล่าให้ทุกคนฟังน้าาา ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาทำให้ชีวิตผม รักในการโค้ด

กิตติ บันทึกไว้แล้ว สวัสดี

บันทึกถึงฉัน วันที่ 16

Note

เมื่อจ้องมองท้องฟ้าที่ขุ่นมัวทำให้นึกถึงบันทึกของฉัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมีมากมายเหลือเกิน มันกระจัดกระจาย ไร้ตัวตน ล่องลอยอยู่ในอากาศ โบยบินไปตามท้องนภาแสนกว้างใหญ่ ใกล้ออกไปเรื่อยๆ ทำให้บางเรื่องราวฉันก็หลงลืมมันไป

บางวันฉันเขียนบันทึกลงในกระดาษ บางวันฉันเขียนมันลงบนก้อนเมฆ เขียนเพื่อต้องการบอกเล่าเรื่องราวบางเรื่อง ฉันรู้ไม่หรอกนะว่ามันจะมีประโยชน์อะไร ที่มันลอยไปลอยมาอยู่บนนั้น ฉันหวังแค่ว่ามันจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยสำหรับบางคนที่ต้องการอ่านเรื่องราวของฉัน

ละอองฝนปลิวตามยานพาหนะที่วิ่งอยู่บนถนนเบื้องหน้าฉัน มันหายไปไวมากหลังจากรถแต่ละคันวิ่งผ่านไปด้วยความเร็ว แต่มันทิ้งล่องลอยไว้บนถนน กลายเป็นความชุ่มชื่นแต่เปียกชื้นจนทำให้ฉันคิดได้ว่า ที่ผ่านมาความคิดฉันดูคล้ายๆ ละอองฝนนะ มันเกิดขึ้นไวมากและก็หายไปไวมากพอๆ กับละอองฝนเลยละ ความชุ่มชื่นของฉันเลยเกิดขึ้นมาจากความคิดที่ล่องลอยอยู่บนอากาศ กระจัดกระจายตัวอยู่พักนึง ก่อนที่จะตกลงมาเติมเต็มความชุ่มชื่นให้กับหัวใจ

ความคิดที่หลากหลายของฉันมันทำให้ฉันตัดสินใจลำบากว่าจะเลือกทำอะไรก่อนหลังดี พักหลังมานี้ฉันเลือกที่จะทำมันทุกอย่างเลย ทุกอย่างที่ฉันคิดได้ ณ เวลานั้น อยากทำอะไรฉันก็จะทำมันเลย มันอาจต่างจากเมื่อวานหรือผิดแปลกไปจากวันก่อนหน้านู่น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องนั้น มันอยู่ที่ว่าเราจมอยู่กับมันได้นานแค่ไหน ไม่มีสิ่งใดๆ มันขัดขวางการหมกหมุ่นของฉันได้ ฉันว่ามันโอเคเลยแหละ ฉันไม่จำเป็นต้องเลือกที่จะทำอะไรได้แค่อย่างเดียว แต่ฉันเลือกที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างได้ แต่ก็ต้องเลือกทำเป็นอย่างๆ ไปนะ จริงจังด้วย จำไว้

กิตติ บันทึกไว้ก่อน สวัสดี

บันทึกถึงฉัน วันที่ 9

Note

บางครั้งผมก็จริงจังกับความรักมากเกินไป จริงจังกันคนที่ผมรัก (แฟน) จนลืมไปว่าจริงๆ แล้วผมอยากเห็นเธอมีความสุขที่อยู่กับผม ไม่ใช่ต้องมาปวดหัวหรือชวนทะเลาะบ่อยๆ แบบนี้ ความสุขของเธอต้องออกมาจากตัวตนของเธอ ไม่ใช่สิ่งที่ผมพยายามบอก พยายามเปลี่ยน เพื่อให้เธอเป็นในแบบที่ผมต้องการ นั่นไม่ใช่ความสุขของเธอ (มันคือความสุขของผมต่างหาก)

ผมเป็นคนคิดมาก เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรคิด มันเป็นนิสัยที่ติดตัวผมอยู่นานแล้ว พยายามจะเลิกเป็นแบบนี้ แต่บางทีพออารมณ์ในแต่ละวันมีหลากหลายมากขึ้น ความพยายามก็หมดสิ้นลงทุกที บอกผมทีเถอะครับ ผมต้องทำยังไง นิสัยเสียๆ ของผมจะมลายหายสิ้นไปสักที

พอมานั่งมองย้อนดูตัวเองที่ผ่านมาก็นึกขึ้นได้ว่า…สามปีก่อนหน้านี้ ผมไม่มีใคร นิสัยแบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้น วันที่ผมพยายามสร้างความสุขให้กับตัวเองมากที่สุด วันที่ผมไม่คิดอะไรนอกจากหาความสุขใส่ตัวเองให้มากที่สุด ในตอนนั้นผมเคยพูดกับตัวเองว่า

ถ้าผมยังทำให้ตัวเองมีความสุขไม่ได้ ผมก็จะยังรักใครไม่ได้

เพราะถ้าผมยังทำให้ตัวเองมีความสุขไม่ได้ ผมจะทำให้คนที่ผมรักมีความสุขได้อย่างไร ในช่วงเวลานั้นผมพูดกับตัวเองแบบนี้เสมอ แต่มาวันนี้ผมกลับลืมประโยคพวกนี้ไป ต้องย้ำเตือนตัวเองอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่เรารักกันจนถึงวันนี้ ผมมีความสุขที่สุดที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอ จนหลงลืมไปว่า

ผมรักเธอไม่ใช่เพราะเธอเป็นในแบบที่ผมชอบ แต่ผมรักและชอบเธอในแบบที่เธอเป็น

กิตติ บันทึกไว้อีกแล้ว สวัสดี

บันทึกถึงฉัน วันที่ 5

Note

เย็นวันนี้ผมจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ช่วงนี้ผมเดินทางบ่อยก็ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวนี่นา ว่ากันว่าถ้าเราไปจังหวัดไหนบ่อยๆ ตอนแรกๆ เราจะมองว่ามันไกลมาก มันเกือบจะล้มมันเหนื่อยมันล้าเหมือนแทบขาดใจ (พี่ตูนก็มา) พอเราไปบ่อยเข้าเราจะรู้สึกว่ามันใกล้เอง เรื่องนี้เป็นความจริงครับ ผมพิสูจน์มาแล้ว

จุดหมายปลายทางของแต่ละคนที่ต้องพบเจอ อาจเหมือนกันบ้าง อาจแตกต่างกันบ้างปะปนกันไป แต่ทุกคนต้องเจอะเจอกับอุปสรรคแน่ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ผมอยากให้ทุกคนมองว่าปัญหาเหล่านั้น

เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

กฏนี้แน่นอนตายตัว เราอาจอยู่กับมันได้สักพัก จมอยู่กับมันได้สักระยะ แต่อย่าไปยึดติดกับมันมากเกินไป จนไม่เป็นอันทำอะไรละ เพราะไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ เมื่อผมพูดประโยคนี้กับตัวเองทีไร ผมจะรู้สึกว่า อืมมม ก็จริงนะ “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” การเดินทางครั้งนี้ ความสุขของผมคือการได้เจอคนที่ผมรักและคิดถึงมากๆ เพราะเราไม่ได้อยู่และเจอกันทุกวัน แต่การเจอกันทุกอาทิตย์มันทำให้การพบเจอกันทุกครั้งมีความหมายและรอยยิ้ม ให้เวลากันและกันเพราะเราไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน จำไว้นะครับว่า ไม่ว่าเราจะโดนรายรอบด้วยผู้คนมากมายขนาดไหน

คนที่อยู่ตรงหน้าเราสำคัญที่สุด

การมีเป้าหมายคงไม่ต่างกันนัก เพราะถ้าเรารู้จุดหมายที่จะไป เราต้องวางแผนการเดินทาง เดินทางไปหาเป้าหมายนั้นบ่อยๆ จนเรารู้สึกว่ามันใกล้ ใกล้ ใกล้มากขึ้นทุกวัน วันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ ผมต้องเดินทางต่อแล้ว

กิตติ บันทึกไว้แล้ว สวัสดี

บันทึกถึงฉัน วันที่ 4

Note

ผมเริ่มเขียนโปรแกรมมาสักระยะแล้ว แต่ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันพอที่จะคุยอวดใครได้ เพราะผมมั่วแต่ลองเขียนภาษานั้นที ภาษานี้ที อ่านข้อดีของภาษาหนึ่งก็ย้ายไปเขียนภาษานั้น ทิ้งภาษาที่เคยเขียนไป นานวันผ่านไป ก็วนกลับมาเขียนภาษาที่เคยลองเขียนก่อนหน้านี้อีกครั้ง เป็นอย่างนี้อยู่สักพักแล้วละครับ เลยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรรมของตัวเองซะใหม่

การเขียนโปรแกรมหรือการเขียนโค้ด บางคนได้ยินประโยคนี้แล้วคงเบือนหน้าหนี แต่ผมอยากให้เพื่อนๆ หันกลับมาฟังผมก่อน ว่าการเขียนโปรแกรมไม่ใช่เรื่องหน้าเบื่อ ไม่ใช่เรื่องยากแต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่ควรจะเป็นหรอกนะครับ (อ้าววว เติม [ๆ] ไปยาวๆ ตามที่ใจต้องการ) ไม่ใช่อย่างน้านนน ผมหมายถึงว่า เราทำให้มันเป็นเรื่องสนุกๆ ได้

ศาสตร์ของการเขียนโปรแกรมก็เหมือนศาสตร์ของเวทมนตร์ที่เราต้องฝึกฝนและพบเจอปัญหาที่แตกต่างกันไป จนกว่าจะใช้พลังและเวทมนตร์นั้นๆ จนคล่องแคล่วและว่องไว เราต้องให้เวลากับมันสักพัก

ศาสตร์แห่งการโค้ดนี้ มันสอนวิธีคิดให้กับเราได้ เราจะคิดเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น ภาษาแต่ละภาษาฟัง พูด อ่าน เขียน ไม่เหมือนกัน แต่วิธีคิดเหมือนกันนะ (เหมือนกันป่ะวะ) เท่าที่ผมได้ลองเขียนมาแล้วหลายภาษา ซึ่งก็ไม่เทพสักภาษาได้ ทำให้ผมรู้อย่างนึงว่า หลักการเขียนโปรแกรมที่ผมกำลังพยายามเรียนรู้และศึกษามันอยู่นั้น วิธีการคิด วิธีการแก้ปัญหา เราสามารถนำมันมาใช้ได้ในทุกๆ ภาษา เหมือนกับที่ผมรู้ว่า

เวลาผมหิวผมจะพูดกับคนอื่นว่ายังไง ภาษาไทยผมพูดว่า “กูหิวมาก” ภาษาอังกฤษพูดว่า “I’m so starving.”

เราจะเห็นว่าโครงสร้างและรูปแบบการเขียนของแต่ละภาษาไม่เหมือนกัน ศาสตร์ของการเขียนโปรแกรมก็จะประมาณนี้แหละครับ Something like that. (เห้ยๆๆ มันยังมีเรื่องที่ผมต้องเรียนรู้อีกเยอะ ไว้มาเล่านะ)

เอาเป็นว่า ตอนนี้ผมกำลังศึกษาและหัดโค้ดภาษา Swift อยู่ (หวังว่าผมจะไม่เปลี่ยนไปเขียนภาษาอื่นตอนนี้) ผมอยากจะมีแอพสักแอพเป็นของตัวเอง แอพง่ายๆ ครับ เดี๋ยวไว้ผมมาเขียนเล่าประสบการณ์ แบ่งปันความรู้และวิธีการแก้ปัญหาในแบบของผมที่ต้องพบเจอระหว่างทางขณะฝึกฝนภาษา Swift ให้เพื่อนๆ ที่ติดตามอ่านบทความของผมมาอย่างยาวนานได้อ่านกันนะครับ (หราาาาาาา)

กิตติ บันทึกไว้อีกแล้ว สวัสดี