บันทึกถึงฉัน วันที่ 16

เมื่อจ้องมองท้องฟ้าที่ขุ่นมัวทำให้นึกถึงบันทึกของฉัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมีมากมายเหลือเกิน มันกระจัดกระจาย ไร้ตัวตน ล่องลอยอยู่ในอากาศ โบยบินไปตามท้องนภาแสนกว้างใหญ่ ใกล้ออกไปเรื่อยๆ ทำให้บางเรื่องราวฉันก็หลงลืมมันไป

บางวันฉันเขียนบันทึกลงในกระดาษ บางวันฉันเขียนมันลงบนก้อนเมฆ เขียนเพื่อต้องการบอกเล่าเรื่องราวบางเรื่อง ฉันรู้ไม่หรอกนะว่ามันจะมีประโยชน์อะไร ที่มันลอยไปลอยมาอยู่บนนั้น ฉันหวังแค่ว่ามันจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยสำหรับบางคนที่ต้องการอ่านเรื่องราวของฉัน

ละอองฝนปลิวตามยานพาหนะที่วิ่งอยู่บนถนนเบื้องหน้าฉัน มันหายไปไวมากหลังจากรถแต่ละคันวิ่งผ่านไปด้วยความเร็ว แต่มันทิ้งล่องลอยไว้บนถนน กลายเป็นความชุ่มชื่นแต่เปียกชื้นจนทำให้ฉันคิดได้ว่า ที่ผ่านมาความคิดฉันดูคล้ายๆ ละอองฝนนะ มันเกิดขึ้นไวมากและก็หายไปไวมากพอๆ กับละอองฝนเลยละ ความชุ่มชื่นของฉันเลยเกิดขึ้นมาจากความคิดที่ล่องลอยอยู่บนอากาศ กระจัดกระจายตัวอยู่พักนึง ก่อนที่จะตกลงมาเติมเต็มความชุ่มชื่นให้กับหัวใจ

ความคิดที่หลากหลายของฉันมันทำให้ฉันตัดสินใจลำบากว่าจะเลือกทำอะไรก่อนหลังดี พักหลังมานี้ฉันเลือกที่จะทำมันทุกอย่างเลย ทุกอย่างที่ฉันคิดได้ ณ เวลานั้น อยากทำอะไรฉันก็จะทำมันเลย มันอาจต่างจากเมื่อวานหรือผิดแปลกไปจากวันก่อนหน้านู่น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องนั้น มันอยู่ที่ว่าเราจมอยู่กับมันได้นานแค่ไหน ไม่มีสิ่งใดๆ มันขัดขวางการหมกหมุ่นของฉันได้ ฉันว่ามันโอเคเลยแหละ ฉันไม่จำเป็นต้องเลือกที่จะทำอะไรได้แค่อย่างเดียว แต่ฉันเลือกที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างได้ แต่ก็ต้องเลือกทำเป็นอย่างๆ ไปนะ จริงจังด้วย จำไว้

กิตติ บันทึกไว้ก่อน สวัสดี

Advertisements

บันทึกถึงฉัน วันที่ 9

บางครั้งผมก็จริงจังกับความรักมากเกินไป จริงจังกันคนที่ผมรัก (แฟน) จนลืมไปว่าจริงๆ แล้วผมอยากเห็นเธอมีความสุขที่อยู่กับผม ไม่ใช่ต้องมาปวดหัวหรือชวนทะเลาะบ่อยๆ แบบนี้ ความสุขของเธอต้องออกมาจากตัวตนของเธอ ไม่ใช่สิ่งที่ผมพยายามบอก พยายามเปลี่ยน เพื่อให้เธอเป็นในแบบที่ผมต้องการ นั่นไม่ใช่ความสุขของเธอ (มันคือความสุขของผมต่างหาก)

ผมเป็นคนคิดมาก เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรคิด มันเป็นนิสัยที่ติดตัวผมอยู่นานแล้ว พยายามจะเลิกเป็นแบบนี้ แต่บางทีพออารมณ์ในแต่ละวันมีหลากหลายมากขึ้น ความพยายามก็หมดสิ้นลงทุกที บอกผมทีเถอะครับ ผมต้องทำยังไง นิสัยเสียๆ ของผมจะมลายหายสิ้นไปสักที

พอมานั่งมองย้อนดูตัวเองที่ผ่านมาก็นึกขึ้นได้ว่า…สามปีก่อนหน้านี้ ผมไม่มีใคร นิสัยแบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้น วันที่ผมพยายามสร้างความสุขให้กับตัวเองมากที่สุด วันที่ผมไม่คิดอะไรนอกจากหาความสุขใส่ตัวเองให้มากที่สุด ในตอนนั้นผมเคยพูดกับตัวเองว่า

ถ้าผมยังทำให้ตัวเองมีความสุขไม่ได้ ผมก็จะยังรักใครไม่ได้

เพราะถ้าผมยังทำให้ตัวเองมีความสุขไม่ได้ ผมจะทำให้คนที่ผมรักมีความสุขได้อย่างไร ในช่วงเวลานั้นผมพูดกับตัวเองแบบนี้เสมอ แต่มาวันนี้ผมกลับลืมประโยคพวกนี้ไป ต้องย้ำเตือนตัวเองอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่เรารักกันจนถึงวันนี้ ผมมีความสุขที่สุดที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอ จนหลงลืมไปว่า

ผมรักเธอไม่ใช่เพราะเธอเป็นในแบบที่ผมชอบ แต่ผมรักและชอบเธอในแบบที่เธอเป็น

กิตติ บันทึกไว้อีกแล้ว สวัสดี

บันทึกถึงฉัน วันที่ 5

เย็นวันนี้ผมจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ช่วงนี้ผมเดินทางบ่อยก็ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวนี่นา ว่ากันว่าถ้าเราไปจังหวัดไหนบ่อยๆ ตอนแรกๆ เราจะมองว่ามันไกลมาก มันเกือบจะล้มมันเหนื่อยมันล้าเหมือนแทบขาดใจ (พี่ตูนก็มา) พอเราไปบ่อยเข้าเราจะรู้สึกว่ามันใกล้เอง เรื่องนี้เป็นความจริงครับ ผมพิสูจน์มาแล้ว

จุดหมายปลายทางของแต่ละคนที่ต้องพบเจอ อาจเหมือนกันบ้าง อาจแตกต่างกันบ้างปะปนกันไป แต่ทุกคนต้องเจอะเจอกับอุปสรรคแน่ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ผมอยากให้ทุกคนมองว่าปัญหาเหล่านั้น

เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

กฏนี้แน่นอนตายตัว เราอาจอยู่กับมันได้สักพัก จมอยู่กับมันได้สักระยะ แต่อย่าไปยึดติดกับมันมากเกินไป จนไม่เป็นอันทำอะไรละ เพราะไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ เมื่อผมพูดประโยคนี้กับตัวเองทีไร ผมจะรู้สึกว่า อืมมม ก็จริงนะ “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” การเดินทางครั้งนี้ ความสุขของผมคือการได้เจอคนที่ผมรักและคิดถึงมากๆ เพราะเราไม่ได้อยู่และเจอกันทุกวัน แต่การเจอกันทุกอาทิตย์มันทำให้การพบเจอกันทุกครั้งมีความหมายและรอยยิ้ม ให้เวลากันและกันเพราะเราไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน จำไว้นะครับว่า ไม่ว่าเราจะโดนรายรอบด้วยผู้คนมากมายขนาดไหน

คนที่อยู่ตรงหน้าเราสำคัญที่สุด

การมีเป้าหมายคงไม่ต่างกันนัก เพราะถ้าเรารู้จุดหมายที่จะไป เราต้องวางแผนการเดินทาง เดินทางไปหาเป้าหมายนั้นบ่อยๆ จนเรารู้สึกว่ามันใกล้ ใกล้ ใกล้มากขึ้นทุกวัน วันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ ผมต้องเดินทางต่อแล้ว

กิตติ บันทึกไว้แล้ว สวัสดี

บันทึกถึงฉัน วันที่ 4

ผมเริ่มเขียนโปรแกรมมาสักระยะแล้ว แต่ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันพอที่จะคุยอวดใครได้ เพราะผมมั่วแต่ลองเขียนภาษานั้นที ภาษานี้ที อ่านข้อดีของภาษาหนึ่งก็ย้ายไปเขียนภาษานั้น ทิ้งภาษาที่เคยเขียนไป นานวันผ่านไป ก็วนกลับมาเขียนภาษาที่เคยลองเขียนก่อนหน้านี้อีกครั้ง เป็นอย่างนี้อยู่สักพักแล้วละครับ เลยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรรมของตัวเองซะใหม่

การเขียนโปรแกรมหรือการเขียนโค้ด บางคนได้ยินประโยคนี้แล้วคงเบือนหน้าหนี แต่ผมอยากให้เพื่อนๆ หันกลับมาฟังผมก่อน ว่าการเขียนโปรแกรมไม่ใช่เรื่องหน้าเบื่อ ไม่ใช่เรื่องยากแต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่ควรจะเป็นหรอกนะครับ (อ้าววว เติม [ๆ] ไปยาวๆ ตามที่ใจต้องการ) ไม่ใช่อย่างน้านนน ผมหมายถึงว่า เราทำให้มันเป็นเรื่องสนุกๆ ได้

ศาสตร์ของการเขียนโปรแกรมก็เหมือนศาสตร์ของเวทมนตร์ที่เราต้องฝึกฝนและพบเจอปัญหาที่แตกต่างกันไป จนกว่าจะใช้พลังและเวทมนตร์นั้นๆ จนคล่องแคล่วและว่องไว เราต้องให้เวลากับมันสักพัก

ศาสตร์แห่งการโค้ดนี้ มันสอนวิธีคิดให้กับเราได้ เราจะคิดเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น ภาษาแต่ละภาษาฟัง พูด อ่าน เขียน ไม่เหมือนกัน แต่วิธีคิดเหมือนกันนะ (เหมือนกันป่ะวะ) เท่าที่ผมได้ลองเขียนมาแล้วหลายภาษา ซึ่งก็ไม่เทพสักภาษาได้ ทำให้ผมรู้อย่างนึงว่า หลักการเขียนโปรแกรมที่ผมกำลังพยายามเรียนรู้และศึกษามันอยู่นั้น วิธีการคิด วิธีการแก้ปัญหา เราสามารถนำมันมาใช้ได้ในทุกๆ ภาษา เหมือนกับที่ผมรู้ว่า

เวลาผมหิวผมจะพูดกับคนอื่นว่ายังไง ภาษาไทยผมพูดว่า “กูหิวมาก” ภาษาอังกฤษพูดว่า “I’m so starving.”

เราจะเห็นว่าโครงสร้างและรูปแบบการเขียนของแต่ละภาษาไม่เหมือนกัน ศาสตร์ของการเขียนโปรแกรมก็จะประมาณนี้แหละครับ Something like that. (เห้ยๆๆ มันยังมีเรื่องที่ผมต้องเรียนรู้อีกเยอะ ไว้มาเล่านะ)

เอาเป็นว่า ตอนนี้ผมกำลังศึกษาและหัดโค้ดภาษา Swift อยู่ (หวังว่าผมจะไม่เปลี่ยนไปเขียนภาษาอื่นตอนนี้) ผมอยากจะมีแอพสักแอพเป็นของตัวเอง แอพง่ายๆ ครับ เดี๋ยวไว้ผมมาเขียนเล่าประสบการณ์ แบ่งปันความรู้และวิธีการแก้ปัญหาในแบบของผมที่ต้องพบเจอระหว่างทางขณะฝึกฝนภาษา Swift ให้เพื่อนๆ ที่ติดตามอ่านบทความของผมมาอย่างยาวนานได้อ่านกันนะครับ (หราาาาาาา)

กิตติ บันทึกไว้อีกแล้ว สวัสดี

บันทึกถึงฉัน วันที่ 3

หลังจากที่ผมได้ลองเล่น WordPress.com มาสักระยะต้องบอกต่ออย่างรวดเร็วเลยครับว่า

ชอบมาก ช้อบชอบ

ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยลองเล่น WordPress.org มาแล้ว ซึ่งปรับแต่งได้มากกว่า (อาจมากไปด้วยซ้ำ สำหรับผมนะ) ผมเคยลองจดโดเมนเนมเอง ลองเช่าโฮสต์เอง อัพเวิร์ดเพรสขึ้นเซิร์ฟเวอร์เอง ทำทุกอย่างเองหมดจนได้บล็อคที่เป็นของผมเองและหลังจากนั้นผมก็ได้ลองเล่นนู่น นี่ นั้นไปเรื่อยๆ ปรับแต่งตามที่ใจต้องการ ซื้อธีมนั้น ธีมนี้มาลอง เปลี่ยนนู่น เปลี่ยนนี่ ซึ่งทุกอย่างเป็นเรื่องสนุกสำหรับผมไปหมด แต่ผมลืมไปว่า ที่ผมสร้าง blog นั้นขึ้นมาก็เพื่อเขียนบทความ ไม่ใช่เพื่อลองของเล่นใหม่ ถ้าจะแค่ลองของเล่นใหม่คงไม่ต้องเสียเงินมากมายขนาดนั้นก็ได้ แต่ก็ไม่เป็นไรถือว่าซื้อความรู้กันไปครับ

ตอนนี้ผมได้ blog นี้ของผมมาแล้ว ปรับแต่งได้ตาม plan ที่เราเลือก ซึ่งผมตัดสินใจเลือก Premium ครับ (กะเขียนจริงจัง วัดใจกันไปเลย) plan นี้ราคา 279 บาทต่อเดือน จ่ายเป็นรายปีตกประมาณปีละ 3,xxx กว่าบาทครับ ผมสามารถเลือกใช้ธีมระดับพรีเมียมได้ทุกธีม แต่อัพโหลดธีมและลงปลั๊กอินเสริมไม่ได้ มีพื้นที่ให้อัพโหลดข้อมูล รูปภาพ เสียงและวีดิโอ 13GB รายละเอียดคร่าวๆ ประมาณนี้ครับ

ส่วนใครที่อยากจะลองเขียน blog เป็นครั้งแรกก่อน แบบฟรีก็มีให้ลองใช้ก่อนได้นะครับ หรือจะลงทุนซื้อความรู้ มีชื่อเว็บไซต์เป็นของตัวเองเท่ๆ มีีธีมฟรีให้ติดตั้งเป็นร้อยๆ ก็ลอง plan Personal ก่อนก็ได้ครับ 130 บาทต่อเดือน ตกปีละประมาณ 1,5xx กว่าบาทต่อปีครับ การชำระเงินจะเป็นการชำระเป็นรายปีนะครับ ไม่ได้ชำระเป็นรายเดือน

อยากแนะนำให้เพื่อนๆ ลองมาเขียนบทความหรือ blog เล่นๆ กัน สนุกๆ ครับ ตามอ่านของคนนู่นบ้าง คนนี้บ้าง ตามอ่านของผมบ้าง ร่วมกันแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ของแต่ละคนที่ได้พบเจอในทุกๆ วันและผมก็อยากอ่านเรื่องราวของเพื่อนๆ บ้างเหมือนกัน

กิตติ บันทึกไว้แล้ว สวัสดี

ข้อคิดดีๆ จากการได้เป็นหัวหน้างาน

  • เมื่อผมเป็นหัวหน้าลูกน้องต้องไม่ผิดหวังในตัวผม
  • หัวหน้าไม่ใช่  ทำแต่งาน  เอาแต่งาน  ต้องเอาคนไปด้วย
  • หัวหน้าต้องเป็นกาว  ลวดเชื่อม  น้ำประสานทอง  เป็นข้อต่อสร้างสัมพันธ์ทั้ง คน-งาน
  • ทุกกระบวนทัศน์ของการทำงานไม่มีหัวหน้าไม่ได้
  • ธุรกิจต้องขาย  ขายไม่ได้ต้องประหยัด
  • ถ้าจะพัฒนาคนต้องเริ่มที่ตนก่อนเสมอ
  • การพัฒนาคน-ตน  ต้องพัฒนาที่จิตและสมอง  เพราะ 2 สิ่งนี้คือตัวจ่ายพลังทั้งร่างกาย
  • หัวหน้าต้อง  พูด  คุย  สนทนา  อบรม  ประชุม  KM  บอก  สอน  แนะนำ  ให้ทำบ่อยครั้ง  ทำบ่อยๆให้จิตได้รับการซึมซับเรื่อยๆ
  • ถ้าสิ่งที่ไม่รู้ให้เอาจิตไปเรียนรู้แล้วคุณจะรู้เอง  จิตห้ามปฏิเสธ
  • ถ้าจิตดีถึงร่างกายพิการก็ทำได้
  • พนักงานคือ  ลูก  และ  น้อง  (ลูกน้อง)
  • การเป็นหัวหน้าต้องใกล้ชิดถ้ากลับแต่บ้านคุณอย่าคิดว่าเขาจะศรัทธาคุณ
  • มนุษย์อย่ายึดติดกับความเคยชิน
  • พัฒนาคนได้  คือต้องทำทีมได้
  • การแก้ไขปัญหาในแต่ละสาขา  ต้องมีกิจกรรมในการพัฒนา  มีวิธีแก้ปัญหา  ที่สำคัญต้องมีการปฏิบัติจริงๆ
  • การรับผิดชอบอย่างแท้จริงคือการรับผิดชอบอย่างมีเป้าหมาย
  • การบอกคนทำงานต้องบอกเจตนาให้ชัดเจนอย่าแค่สั่งทำ
  • หัวหน้าต้องมีกรอบของตน  มี Model ของตน  ต้องสำรวจตัวเองอยู่บ่อยๆ
  • งานให้เวลาทำมากน้อยเท่าไหร่  งานมันก็กระจายเต็มเวลาที่มีเท่านั้น  จนถึงนาทีสุดท้าย
  • วิธีการทำงานต้องทำให้หนัก  ทำจริง  ทำจัง
  • ทุกคนมีความคิดที่หลากหลาย  แต่ความคิดแรกที่ควรคิดเสมอคือ ทำอาชีพที่ทำอยู่ปัจจุบันให้ดีที่สุดก่อน  ค่อยคิดไปทำงานอื่นอาชีพอื่น
  • การมอบหมายงาน  ต้องบอกให้ชัดเจน  บอกเลยว่าจะมอบให้ใคร  เสร็จเมื่อไหร่
  • การเป็นพนักงานต้องรู้จักวิสัยทัศน์ขององค์การ  เพราะจะได้เดินถูกทาง
  • ตัวเราอยู่จุดไหน  เป็นหัวหน้าที่ไหน  บริเวณนั้นเราเป็น CEO  แน่นอน
  • มนุษย์ทำอะไรต้องมีเป้าหมาย  อย่าทำตามสัญชาตญาณ  หรือความเคยชิน
  • หัวหน้าจะสร้างทีมงาน  ต้องมีวิธีการ
  • คนถ้าไม่เชื่อว่าตนทำได้  คนนั้นก็จะหมดโอกาส  แต่ถ้าเชื่อยังมีโอกาสชนะ
  • มนุษยสัมพันธ์ต้องทำ 2 ด้าน (ทำกับคนอื่น)ไม่ใช่ทำด้านเดียว  ทำคนเดียว
  • ทรัพยากรบุคคลคือปัจจัยสำคัญหลักของความสำเร็จและความล้มเหลว

การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต้องออกมาจากข้างในของจิตใจตัวเอง  และต้องปฏิบัติสิ่งที่ดีกับบุคคลอื่นด้วยความจริงใจและเป็นธรรมชาติ

ขอขอบคุณ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

บันทึกถึงฉัน วันที่ 2

ความเดิมตอนที่แล้ว…

ซึ่งก็ไม่เกี่ยวอะไรกับตอนที่แล้วหรอกครับ เพียงแค่ผมอยากใช้ประโยคนี้ในบทความของผมเฉยๆ การเขียนบันทึกให้ได้ทุกวันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถึงแม้จะมีเรื่องราวมากมายให้บันทึกและจดจำ แต่เรื่องบางเรื่องก็ใช่ว่าอยากจะจดจำถึงขนาดที่จะต้องเก็บลงในบันทึกประจำวันหรือในความทรงจำของเรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้บันทึกมันหรือเต็มใจจดจำมัน แต่บ่อยครั้งที่เรากลับนึกถึงมันได้ตลอด ทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจนึกถึงมันเลย อาจเป็นเพราะเรื่องราวเหล่านั้นมันกระทบและสกิดโดนใจเรามากกว่าเรื่องที่ควรจดจำ ว่าแต่…เรื่องที่เราควรจดจำมันเป็นแบบไหน เรื่องที่ทำให้เรามีความสุข ช่วงเวลาที่เราสนุกและมีความสุขอยู่กับมัน เรื่องราวแบบนี้รึเปล่าที่เราควรบันทึกมันไว้ แต่บ่อยเหลือเกินที่เราหลงลืมเรื่องราวเหล่านี้ ทั้งๆ ที่มันเป็นสิ่งที่ควรจดจำนึกถึง เวลาที่เราเจอเรื่องราวเลวร้าย เรากลับลืมเรื่องราวที่ทำให้เรามีความสุขและมีชีวิตอยู่ ผมอยากหยิบความทรงจำดีๆ ขึ้นมาแทนที่ความทรงจำที่เลวร้าย แต่มันยากเกินกว่าจะทำได้ในขณะนั้น ผมคงทำได้เพียงมองข้าม พยายามไม่นึกถึงมันและสร้างความทรงจำดีๆ ชิ้นใหม่ขึ้นมาแทนที่

ตัวแปร (Variable) คือ สิ่งที่ช่วยให้เราจดจำถ้อยคำต่างๆ มันทำให้เรานึกถึงหรือเห็นภาพถ้อยคำเหล่านั้นได้ในอนาคต ตัวแปรเหล่านี้แหละที่คอยเก็บเรื่องราวต่างๆ ของเราเอาไว้ในหน่วยความจำหรือที่เราเรียกกันจนคุ้นหูว่า “ความทรงจำ” (Memory)

ผมชอบพูดคุยเรื่องความฝันและสิ่งที่อยากจะทำ หลายๆ คนก็คงชอบเหมือนกัน เพราะมันสร้างแรงจูงใจและแรงผลักดันให้เราได้ มีหลายสิ่งหลายอย่างเหลือเกินที่ผมอยากจะทำ ความฝันของแต่ละคนสวยงามมาก มันสวยงามอยู่ในจินตนาการ น้อยคนที่จะหยิบความฝันเหล่านั้นมาทำให้เป็นความจริง บางคนขอแค่ได้ฝันก็พอ บางคนไม่ยอมฝันเพราะคิดว่ามันเกินตัว บางคนฝันไปแล้วแต่พอตื่นกลับลืมความฝันนั้นไปเสียหมด

ความฝันมันมีวันหมดอายุรึเปล่านะ?

เรานำความฝันมาแปรรูปได้รึเปล่านะ?

กิตติ บันทึกไว้อีกแล้ว