Category Archives: Journey

เขียนถึงตัวเอง

เรื่องของเรื่องผมแค่อยากจะเปลี่ยนแปลงนิสัยของตัวเอง จากที่เคยไม่เอาไหนในหลายๆ เรื่อง และในหลายๆ เรื่องที่ว่านี้ ก็เป็นสิ่งที่ผมควรจะจริงจังกับเรื่องพวกนี้สักที เป็นตัวเองเหมือนเดิมซ้ำๆ มันน่าเบื่อ เป็นตัวเองเหมือนใหม่บ้างดีกว่า

เรื่องของเรื่อง หลายปี-หลายเดือน-หลายวัน-ที่ผ่านมานี้ มันวุ่นวายและซับซ้อนเกินกว่าจะเล่าผ่านตัวหนังสือพวกนี้ได้ มันเยอะเกินกว่าที่ผมจะนั่งหลังคดหลังแข็งพิมพ์เพื่อให้ใครต่อใครที่ผมไม่รู้จักอ่าน ซึ่งบางครั้ง ใครต่อใครเหล่านั้นก็ไม่ได้อยากอ่านเรื่องราวของผมเลยสักนิดและผมก็ค่อนข้างแน่ใจในระดับนึงเลยทีเดียว การที่เราจะยอมเสียเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย มาอ่านบทความที่ไม่มีประโยชน์อันใดเลย เป็นเรื่องที่ไร้สาระสุดๆ หรือจะอ่านเพื่อความบันเทิงอันนั้นก็ไม่ว่ากัน เพราะความสุขที่ได้จากการอ่านของแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกัน บ้างอ่านเพื่อความรู้ บ้างอ่านเพื่อความสนุก บ้างอ่านด้วยความรู้สึกลึกๆ บ้างอ่านไปหลับไปจนลืมไปว่าอ่านถึงบรรทัดไหนแล้วก็มี บ้างอ่านแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย  ฯลฯ กลายเป็นคนไร้ความรู้สึกไปซะอย่างนั้น

แล้วตอนนี้เขียนเพื่ออะไร เขียนเพื่อใคร คำตอบที่บอกได้ตอนนี้เลยก็คือ

เขียนเพื่อตัวเอง

อาจมีบางคนที่หลงเข้ามาอ่าน แต่เชื่อผมเถอะครับ การที่ได้อ่านเรื่องราวของคนอื่นๆ คุณจะได้เรียนรู้เรื่องราวมากมายจากประสบการณ์ของเขา ที่ลองผิดลองถูกมาแล้ว แต่สิ่งที่คุณจะต้องทำต่อไปก็คือ เดินตามทางของตัวเอง ค้นหาสิ่งที่คุณเฝ้าค้นหามาตลอดให้เจอและเขียนเรื่องราวของคุณเอง จากประสบการณ์ของคุณเอง เพื่อแบ่งปันให้คนอื่นๆ ได้อ่านบ้าง ให้คนอย่างผมได้อ่านบ้าง คุณไม่ได้เขียนเพื่อใครนะ แต่คุณเขียนเพื่อตัวเอง ผมเองก็เช่นกัน

Advertisements

ก่อนการเดินทาง

ไปไหน? ไปภูกระดึงกัน

การเดินทางครั้งนี้ไม่มีวัตถุประสงค์ใดๆ ไปเที่ยวอย่างเดียว ไปปลดปล่อยบางสิ่ง (บางสิ่งที่ว่านี่ใช่เงินป่ะ) แรงกดดันต่างๆ นาๆ ผมไม่เคยไปเที่ยวไหนไกลเลย คงเป็นเพราะผมยังไม่มีใครชวนผมไปเที่ยว แต่ทริปนี้ คนรักของผมเป็นคนชวนผมเอง เขาเป็นคนยังไงนะหรา สไตล์ลุยๆ ชอบปีน ชอบป่าย ชอบธรรมชาติที่เขียวขจี ชอบกินแมงกุ๊ดจี่ขี้ควาย (ฮ่าๆๆ อย่าให้เขาได้อ่านเชียว ไม่งันกูโดนกระทืบตายแน่ๆ)

ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นในทุกๆ วัน วันละนิดวันละน้อย การฝึกฝนการเป็นนักพัฒนาแอพบน iOS ตอนนี้ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมาให้รู้สึกว่า ถ้าเราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง อย่างจริงๆ จังๆ เราก็ทำได้นินา เพียงแค่เราต้องโฟกัสอยู่กับมันให้ได้จริงๆ เท่านั้น หลังจากที่ผมเลิกเล่น Social Network ทุกอย่าง มันทำให้ผมรู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้ เพราะบางเรื่องมันไม่ได้มีประโยชน์กับเราเลย ปวดหัวและเสียเวลาไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เปล่าๆ

เมื่อความเศร้าเข้าปกคลุม ก็ต้องวิ่งไปหาความสุขใจ

เรื่องของเรื่องก็เริ่มจากตัวผมเองนี่แหละครับ ที่ดันใจร้อนไปหน่อยในวันนั้น ผมรู้สึกได้นะครับว่าแม่น้อยใจผม เพราะแต่ก่อนเราเคยเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ กลับบ้านบ่อยๆ แต่พักหลังมานี่ผมติดหญิง เลยไม่ค่อยได้กลับบ้าน หยุดเสาร์-อาทิตย์ทีไร เป็นอันต้องวางแผนการเดินทางไปต่างจังหวัดตลอด ครั้งนั้นเราทะเลาะกันเรื่องเงินๆ ทองๆ (จะว่าทะเลาะก็ไม่เชิง) เพราะเราไม่ได้เถียงหรือพูดคุยกันรุนแรงขนาดนั้น เพียงแต่เป็นการแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจในเรื่องฐานะที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ แน่นอนหนี้สินมันเป็นตัวถ่วงความเจริญของครอบครัวเรามานานแสนนานละ เรื่องพวกนี้มันตามหลอกหลอนผมอยู่ตลอด ผมพยายามจะไม่คิดถึงมัน เลยคิดว่าทริปการเดินทางขึ้นภูกระดึงในครั้งนี้ (เงินที่นำไปเที่ยวกันในรอบนี้ เกิดจากการเก็บออมแบงค์ 50 ทุกๆ ครั้งที่ได้เงินทอนจากการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน) จะละลายไขมันและความเศร้าได้ในระดับที่ยอมรับได้ ยังดีกว่าการอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีแต่เรื่องให้คิดและปวดหัว ขอไปปลดปล่อยอย่างไม่บันยะบันยังหน่อยเถอะว่ะ อย่างน้อยเกิดมาครั้งนี้ (ครั้งหน้าจะได้เกิดมาเปล่าก็ไม่รู้) ก็ได้เป็นผู้พิชิตภูกระดึงครั้งหนึ่งละหว้าาา

กิตติ บันทึกไว้ก่อนขึ้นภูกระดึง

หมายเหตุ ลงเขามา ผมคงมีเรื่องมาเขียนให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันแน่ๆ ผมการันตี สวัสดีครับ