บันทึกถึงฉัน วันที่ 4

ผมเริ่มเขียนโปรแกรมมาสักระยะแล้ว แต่ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันพอที่จะคุยอวดใครได้ เพราะผมมั่วแต่ลองเขียนภาษานั้นที ภาษานี้ที อ่านข้อดีของภาษาหนึ่งก็ย้ายไปเขียนภาษานั้น ทิ้งภาษาที่เคยเขียนไป นานวันผ่านไป ก็วนกลับมาเขียนภาษาที่เคยลองเขียนก่อนหน้านี้อีกครั้ง เป็นอย่างนี้อยู่สักพักแล้วละครับ เลยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรรมของตัวเองซะใหม่

การเขียนโปรแกรมหรือการเขียนโค้ด บางคนได้ยินประโยคนี้แล้วคงเบือนหน้าหนี แต่ผมอยากให้เพื่อนๆ หันกลับมาฟังผมก่อน ว่าการเขียนโปรแกรมไม่ใช่เรื่องหน้าเบื่อ ไม่ใช่เรื่องยากแต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่ควรจะเป็นหรอกนะครับ (อ้าววว เติม [ๆ] ไปยาวๆ ตามที่ใจต้องการ) ไม่ใช่อย่างน้านนน ผมหมายถึงว่า เราทำให้มันเป็นเรื่องสนุกๆ ได้

ศาสตร์ของการเขียนโปรแกรมก็เหมือนศาสตร์ของเวทมนตร์ที่เราต้องฝึกฝนและพบเจอปัญหาที่แตกต่างกันไป จนกว่าจะใช้พลังและเวทมนตร์นั้นๆ จนคล่องแคล่วและว่องไว เราต้องให้เวลากับมันสักพัก

ศาสตร์แห่งการโค้ดนี้ มันสอนวิธีคิดให้กับเราได้ เราจะคิดเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น ภาษาแต่ละภาษาฟัง พูด อ่าน เขียน ไม่เหมือนกัน แต่วิธีคิดเหมือนกันนะ (เหมือนกันป่ะวะ) เท่าที่ผมได้ลองเขียนมาแล้วหลายภาษา ซึ่งก็ไม่เทพสักภาษาได้ ทำให้ผมรู้อย่างนึงว่า หลักการเขียนโปรแกรมที่ผมกำลังพยายามเรียนรู้และศึกษามันอยู่นั้น วิธีการคิด วิธีการแก้ปัญหา เราสามารถนำมันมาใช้ได้ในทุกๆ ภาษา เหมือนกับที่ผมรู้ว่า

เวลาผมหิวผมจะพูดกับคนอื่นว่ายังไง ภาษาไทยผมพูดว่า “กูหิวมาก” ภาษาอังกฤษพูดว่า “I’m so starving.”

เราจะเห็นว่าโครงสร้างและรูปแบบการเขียนของแต่ละภาษาไม่เหมือนกัน ศาสตร์ของการเขียนโปรแกรมก็จะประมาณนี้แหละครับ Something like that. (เห้ยๆๆ มันยังมีเรื่องที่ผมต้องเรียนรู้อีกเยอะ ไว้มาเล่านะ)

เอาเป็นว่า ตอนนี้ผมกำลังศึกษาและหัดโค้ดภาษา Swift อยู่ (หวังว่าผมจะไม่เปลี่ยนไปเขียนภาษาอื่นตอนนี้) ผมอยากจะมีแอพสักแอพเป็นของตัวเอง แอพง่ายๆ ครับ เดี๋ยวไว้ผมมาเขียนเล่าประสบการณ์ แบ่งปันความรู้และวิธีการแก้ปัญหาในแบบของผมที่ต้องพบเจอระหว่างทางขณะฝึกฝนภาษา Swift ให้เพื่อนๆ ที่ติดตามอ่านบทความของผมมาอย่างยาวนานได้อ่านกันนะครับ (หราาาาาาา)

กิตติ บันทึกไว้อีกแล้ว สวัสดี

Advertisements